สถานที่ใกล้เคียง – โรงแรมอมาแรนธ์ สุวรรณภูมิ
-
เมืองโบราณ
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 500 ไร่ (200 เอเคอร์) เริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี พ.ศ. 2506 ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปูใหม่ ริมถนนสุขุมวิทสายเก่า กม. 33.5 ห่างจากตัวเมืองสมุทรปราการ 8 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นศูนย์กลางของโบราณสถานสำคัญๆ ของจังหวัดต่างๆ ทั้งแบบจำลองขนาดเล็กและขนาดจริง เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง วัดมหาธาตุสุโขทัย พระพุทธบาทสระบุรี พระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก ซึ่งบางชิ้นหาชมได้ยากในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง
-
ตลาดน้ำโบราณบางพลี
ตลาดน้ำบางพลีโบราณตั้งอยู่บนพื้นไม้ริมคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ เดิมชื่อตลาด “สิริโสภณ” สันนิษฐานว่าพ่อค้าชาวจีนได้เปิดร้านค้าที่นี่เป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2400 เป็นตลาดเก่าแก่แห่งเดียวในคลองสำโรงที่รอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้และยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ได้ ในอดีตตลาดแห่งนี้เคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ เคยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารจากฝั่งตะวันออกมายังกรุงเทพฯ ในอดีตพ่อค้าแม่ค้าใช้เรือพายหรือเรือใบในการแลกเปลี่ยนสินค้าที่คลองสำโรง ตลอดสองฝั่งคลองยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของร้านค้าเก่าแก่ที่ขายสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหารอร่อย ขนมหวาน สินค้าอุปโภคบริโภค ของตกแต่งบ้าน ของที่ระลึก รวมถึงร้านเสริมสวย ร้านบูติก ร้านขายสัตว์เลี้ยง และอื่นๆ คลองที่เต็มไปด้วยเรือสัญจรไปมา จำหน่ายอาหาร ขนม และผลไม้ตามฤดูกาล สร้างทัศนียภาพอันงดงามให้แก่นักท่องเที่ยว เดินเข้าไปอีกนิดก็จะถึงใจกลางตลาด พบกับนิทรรศการภาพถ่ายเก่า “ภาพถ่ายเล่าเรื่องราว” จัดแสดงภาพถ่ายเก่าของตลาดตั้งแต่เริ่มแรก และอุปกรณ์การประมงและการเกษตรที่เก็บรักษาไว้อย่างดีจากผู้สูงอายุในชุมชน ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดริมคลองประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตเรียบง่าย วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน คุ้มค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสมุทรปราการฝั่งบางพลีไม่ควรพลาด 3 กิจกรรมและสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ การลงรักปิดทองหัวใจพระพุทธรูปที่วัดบางพลีใหญ่กลาง การสักการะหลวงพ่อโตที่วัดบางพลีใหญ่ใน และก่อนกลับแวะซื้ออาหาร ขนม หรือของที่ระลึกอร่อยๆ อีกหนึ่งชั่วโมง พร้อมดื่มด่ำกับวิถีชีวิตริมคลองที่ตลาดน้ำบางพลีเก่าด้านหลังวัด
-
พิพิธภัณฑ์เอราวัณ
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ – ช้างสามเศียร “ไอราวตา” เกิดจากแนวคิดและจินตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ แรงบันดาลใจมาจากความปรารถนาที่จะอนุรักษ์โบราณวัตถุสะสมไว้ เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่มรดกทางวัฒนธรรมไทย โบราณวัตถุหลายชิ้นเป็นงานศิลปะอันล้ำค่า และยังเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้คนในวัฒนธรรมโบราณ ตามประเพณีโบราณ เชื่อกันว่าช้างจะนำพาโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผืนแผ่นดินและผู้คน ดังนั้นจึงไม่ควรสูญหายไปจากบุคคลภายนอก คุณวิริยะพันธุ์จึงมีความห่วงใยที่จะหาวิธีเก็บรักษาโบราณวัตถุเหล่านี้ให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานตามประเพณี
ช้างจะเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางจักรวาล และด้วยเหตุนี้ อาคารแห่งนี้จึงมีบทบาทเชิงสัญลักษณ์ในฐานะศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของผืนแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานและเคารพบูชาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ จึงได้ออกแบบอาคารและมอบแบบให้กับคุณพักกเพียร วิริยะพันธุ์ บุตรชายคนโต เพื่อเริ่มการก่อสร้าง ระหว่างการก่อสร้าง อาคารแห่งนี้ได้ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสักการะ
-
ศูนย์นันทนาการบางปู
ศูนย์นันทนาการบางปูเป็นศูนย์นันทนาการที่มีชื่อเสียงมายาวนาน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อเพลิดเพลินกับร้านอาหาร ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน นกนางนวลจำนวนมากจะอพยพมาอาศัยอยู่ริมทะเล
ศูนย์นันทนาการบางปูเป็นศูนย์นันทนาการที่มีชื่อเสียงมายาวนาน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อเพลิดเพลินกับร้านอาหาร ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน นกนางนวลจำนวนมากจะอพยพมาอาศัยอยู่ริมทะเล บางปูเคยเป็นศูนย์นันทนาการที่มีชื่อเสียงในอดีตเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ คนหนุ่มสาวนิยมมาเที่ยวชมทิวทัศน์ ชมนกนางนวล รับประทานอาหารทะเลที่ร้านอาหารบางปู และปิดท้ายค่ำคืนด้วยการเต้นรำ ปัจจุบันยังคงมีการเต้นรำยามเย็นทุกวันเสาร์ตามปกติ ร้านอาหารทะเลเปิดให้บริการมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนบางปู และในช่วงปลายปี บางปูก็กลายเป็นแหล่งดูนกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยอย่างล้นหลาม นอกจากการดูนกแล้ว ยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติบางปู ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และบางปูยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกด้วย สถานที่น่าสนใจใกล้เคียง ได้แก่ โบราณสถานสยาม ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ วัดอโศการาม และพระสมุทรเจดีย์
-
วัดอโศการาม
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทเก่า ซอยบางปู 60 ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร
วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในซอยสุขาภิบาล 58 ตำบลท้ายบ้าน บนถนนสุขุมวิท ทางเข้าอยู่ตรงข้ามกับศูนย์ฟื้นฟูวัดสวางคนี วัดใหม่สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์ลี ธมฺมวโร นิกายธรรมยุติ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เป็นหนึ่งในวัดสำคัญสำหรับการปฏิบัติธรรม พระธุตังคเจดีย์ซึ่งควรค่าแก่การแวะชมภายในวัดนี้ สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์ลี ธมฺมวโร ภิกษุสงฆ์ธรรมยุติก เมื่อปี พ.ศ. 2505 วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านการปฏิบัติธรรม เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น และเมื่อไปถึงแล้ว อย่าลืมแวะชมพระธุตังคเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ 13 องค์ที่แสดงถึง 13 หน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ในการออกปฏิบัติธรรม และวิหารวิสุทธิธรรมรังษี ซึ่งประดิษฐานพระอาจารย์ลีไว้ การเดินทาง: ห่างจากตัวเมืองเพียง 6 กิโลเมตร ขับไปตามถนนสุขุมวิท วัดตั้งอยู่ในซอยสุขาภิบาล 58 (ตรงข้ามศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพสวางคนิวาส) ตำบลท้ายบ้าน เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 8.00-16.30 น.
-
มูลนิธิธรรมกตัญญู (เซียนหล่อไท่เทียนกง)
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง หรือ เซียนโหลวไทเทียนกง เป็นศาลเจ้าจีนขนาดใหญ่ บนพื้นที่ 26.5 ไร่ บนถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2534 โดยใช้ต้นแบบจากมูลนิธิหนานขุนเซินไทเทียนฟู่ ประเทศไต้หวัน โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมจีนโบราณที่ยิ่งใหญ่และงดงาม เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าและขุนศึกของไต้หวัน 5 องค์ ได้แก่ ตระกูลหลี่ จื้อ อู ชู และฝาน เรียกว่า อูฟูเซียนซ่วย (หว่องหวังอ้าย) ภายในศาลเจ้างดงามตระการตาด้วยสีแดงและสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งความโชคดีของชาวจีน หลังคามุงด้วยกระเบื้องประดับด้วยสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของจีน เช่น หงส์และมังกร ตามตำนานจีนโบราณ ชายคาสลักและปิดทอง นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าอื่นๆ ที่ผู้คนเคารพบูชา อีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปคือ สิงโตคู่ ซึ่งเป็นสิงโตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สลักด้วยหยกเขียวนำเข้าจากประเทศจีน เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าสิงโตคู่สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ภูตผีปีศาจ และสิ่งลี้ลับต่างๆ ได้ นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังใช้ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมประจำปี เช่น ตรุษจีน วันหยวนเซียว เทศกาลกระฉ่อนโลก วันประสูติของเทพเจ้า เป็นต้น การเดินทางมายังศาลเจ้า: ใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่า (ไปบางปู) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 33 ห่างจากเมืองโบราณประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 8 กิโลเมตร
-
หอชมวิวเมืองสมุทรปราการ
หอชมวิวเมืองสมุทรปราการแห่งนี้ สร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า 13 ไร่ สูงประมาณ 179 เมตร เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม
ภายในอาคารจะประกอบด้วย นิทรรศการทั้งหมดเกี่ยวกับเมืองสมุทรปราการ ด้านบนเป็นหอคอย ซึ่งเป็นจุดสำหรับชมวิวเมือง มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงปากอ่าวไทย นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ทั้ง พระสมุทรเจดีย์ ป้อมผีเสื้อ พื้นที่สีเขียวของบางกะเจ้า ป้อมพระจุลจอมเกล้า และพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
ภายในสวนสาธารณะ แบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน
โซนแรกคือพิพิธภัณฑ์เด็ก
โซนที่สองคือพิพิธภัณฑ์สมุทรปราการ
โซนที่สามคือห้องสมุด
โซนสุดท้ายคือหอชมวิวเมืองที่ชั้นบนสุดของอาคาร เป็นจุดชมวิวเมืองปากน้ำแบบ 360 องศา ผ่านกระจกใสมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลถึงฝั่งอ่าวไทยเลยทีเดียว






